ทำไมต้องทำประกันสุขภาพ สำคัญแค่ไหนในปัจจุบัน ?

เปิดเหตุผล! ทำไมคุณควรทำประกันสุขภาพ ?

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้หลายสิ่งหลายอย่างรอบ ๆ ตัวเราเริ่มส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ชีวิต อาหารการกิน ฝุ่นควัน มลภาวะ หรือแบคทีเรียต่าง ๆ ล้วนแล้วเป็นปัจจัยที่ทำให้สุขภาพร่างกายของเราแย่ลงได้ทั้งสิ้น

แต่ถึงอย่างไรหลายคนก็ยังละเลยที่จะศึกษาเรื่องการทำประกันสุขภาพเอาไว้ เพราะคิดว่าหากเราดูแลตัวเองดี ๆ ก็คงจะไม่มีความเสี่ยงเท่าไหร่นัก แต่ทุกคนอย่าลืมไปว่าคนเราไม่สามารถที่จะรู้อนาคตของตัวเองได้ หากวันหนึ่งคุณมีปัญหาสุขภาพและเป็นโรคร้ายแรงขึ้นมา เมื่อถึงเวลานั้นคุณก็จะไม่มีเงินก้อนเพียงพอที่จะมาสำรองจ่ายค่ารักษาพยาบาล ค่ายา ค่าห้องพัก ทั้งยังไม่ได้รับเงินชดเชยในกรณีที่ต้องพักรักษาตัวอีกด้วย ดังนั้นยอมเสียเบี้ยประกันสะสมไปตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าเป็นภาระก้อนโตในอนาคตจะดีกว่านะคะ และวันนี้เราจึงมีเหตุผลดี ๆ ว่าทำไมคุณจึงควรทำ ‘ประกันสุขภาพ’ เอาไว้ มาฝากกันค่ะ

ประกันสุขภาพสำคัญอย่างไร ทำไมควรมี ?
ประกันสุขภาพสำคัญอย่างไร ทำไมควรมี ?

ค่ารักษาพยาบาลแพงขึ้นทุกปี

  • ในกรณีที่คุณอาจเจ็บป่วยแบบฉุกเฉินหรือป่วยด้วยโรคร้ายแรง ที่ต้องใช้ระยะเวลารักษาที่ยาวนาน การทำประกันสุขภาพก็จะช่วยคุณดูแลในเรื่องของค่าใช้ต่าง ๆ ทั้งยังช่วยลดภาระของค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี ทั้งค่าห้อง ค่ายา ค่ารักษา ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่จำเป็น

ป้องกันอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยที่อาจส่งผลสู่โรคร้ายแรง

  • คนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้ทำประกันสุขภาพเอาไว้ มักจะหลีกเลี่ยงการไปหาหมอเมื่อมีอาการเจ็บป่วยเพียงเล็กน้อย เพราะคิดว่าการไปพบแพทย์จะต้องมีค่ารักษาที่สูง (ในกรณีที่ไม่มีบัตรหรือสิทธิ์รักษา) และลงท้ายด้วยการหายามารับประทานเอง ซึ่งแน่นอนเลยว่าเมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีก็มักจะนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคที่ร้ายแรงได้เช่นกัน ดังนั้นการมีประกันสุขภาพจะช่วยให้คุณกล้าที่จะเข้ารับการรักษาแบบไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย
เปิดเหตุผล! ทำไมคุณควรทำประกันสุขภาพ ?
เปิดเหตุผล! ทำไมคุณควรทำประกันสุขภาพ ?

ไม่ต้องเป็นห่วงคนข้างหลัง

  • หลายคนที่ทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวและเป็นเสาหลักในการหารายได้ให้กับครอบครัว จะต้องมีความกังวลว่าหากวันหนึ่งเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นแล้วครอบครัวจะลำบาก ซึ่งการเลือกทำประกันเอาไว้ก็จะช่วยให้คุณอุ่นใจได้ว่าหากในอนาคตเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นจริง ๆ สามี ภรรยา หรือลูก ๆ ของคุณก็จะมีเงินก้อนไว้ใช้จ่ายอย่างแน่นอน

มีที่ปรึกษาด้านสุขภาพ

  • ในบางบริษัทประกันที่ให้บริการเกี่ยวกับประกันสุขภาพ ส่วนใหญ่มักจะมีทีมแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำต่าง ๆ กับลูกค้าเสมอ ซึ่งนอกจากจะเข้ามาช่วยดูแลในเรื่องของการรักษาพยาบาลแล้ว ยังช่วยให้ข้อมูลและเสริมด้วยความรู้ทางการแพทย์ให้คุณได้อีกด้วย

หากเลือกได้เราก็คงเลือกป่วยเป็นโรคที่รักษาง่าย ค่าใช้จ่ายไม่แพง หรือเลือกที่จะไม่ป่วยเลยจะดีเสียกว่า จะได้หมดห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาล แต่แน่นอนเลยว่าเรื่องของโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการเลือกทำประกันสุขภาพ หรือประกันประเภทอื่น ๆ ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตก็ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณไม่ควรมองข้าม นอกจากนี้การเลือกซื้อแพ็กเกจตรวจสุขภาพประจำปี ก็ถือเป็นอีกตัวเลือกที่จะช่วยให้คุณอุ่นใจ และหากมีโรคร้ายใด ๆ เกิดขึ้นก็ยังช่วยให้คุณรักษาได้ไวขึ้นอีกด้วยนะคะ

Sex Toys ยังผิดกฎหมายในไทยจริงหรือ? แต่ขายกันเกลื่อนเมือง

ในขณะที่กฎหมายไทยยังคงเป็นแบบ Conservative หรือเป็นการรักษาวัฒนธรรมอันดีของประเทศของเรานั้น แต่ในจังหวะเดียวกันกับธุรกิจจำหน่ายของเล่นผู้ใหญ่ อย่าง Sex Toys ยังคงมีขายกันเกลื่อนเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การลักลอบกระทำ เช่นเดียวกันกับ เว็บบาคาร่า, เว็บไซด์ไลน์ และ บุหรี่ไฟฟ้า

ทางการไทยได้ทำการเข้าจับกุมและยึด Sex Toys มากถึง 4000 ชิ้น ในปี 2020 ที่ผ่านมา แต่ผู้ที่ถูกลงโทษจะถูกปรับแค่เพียง 60,000 บาท และ จำคุก 3 ปี ซึ่งกฎหมายลักษณะนี้ อ้างอิงจากหลักของศาสนาพุทธ ซึ่งอาจเป็นเรื่องขัดแย้งอย่างยิ่งกับสถานการณ์ปัจจุบัน

อันที่จริงแล้ว การใช้ Sex Toys เป็นเรื่องส่วนบุคคล ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ในเมื่อกฎหมายไม่อนุญาตให้จำหน่าย ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆก็คือตลาดมืด ที่แอบจำหน่ายกันอย่างเมามันส์

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีหลักของศาสนาพุทธ เป็นเครื่องตั้งต้นในการพิจารณาคดี และการออกกฎหมายที่เกี่ยวกับการค้ากาม และไม่เปิดการค้าเสรี เมื่อเทียบกันกับประเทศอื่นๆ เช่น สหรัฐอเมริกา แต่ในขณะเดียวกันมีบาร์เหล้า และ อาบ อบ นวด หญิงขายบริการกันเกลื่อนเมือง

ซึ่งผลของการออกกฎหมายลักษณะนี้ ตลาดมืด การค้าขายกันใต้โต๊ะ ยังคงเติบโตต่อไป และผู้จำหน่ายของเล่นผู้ใหญ่ถูกจำกัดอยู่นอกวงการ ซึ่งอาจมีผลทำให้ เกิดอาชญากรรมทางเพศสูงขึ้น หรือไม่เช่นนั้น เราก็จะได้เห็น ธุรกิจไซด์ไลน์ อาบอบนวด และนวดกษัยเติบโตกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเลยทีเดียว

อ้างอิง, Thethaiger, Jerkunmai, Sanook.com

วิธีซื้อปลั๊กพ่วง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ใช้งานทนทาน

ทริคดี ๆ ช่วยให้การเลือกซื้อปลั๊กพ่วงดีขึ้น

ปลั๊กไฟ หรือ ปลั๊กพ่วงเป็นอีกหนึ่งเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สำคัญ เพราะด้วยขนาดสายที่ยาวจึงทำให้ผู้ใช้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย ที่สำคัญปลั๊กพ่วงยังทำให้ผู้ใช้สามารถใช้ไฟได้อย่างทั่วถึง และใช้งานได้หลายคนในเวลาเดียวกัน แต่การใช้ปลั๊กพ่วงแน่นอนเลยว่ามันมักมาพร้อมกับความเสี่ยง ซึ่งหากใครได้ติดตามข่าวสารก็มักจะได้ยินเหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรือไฟช็อตผู้ใช้ โดยมีต้นเหตุมาจากปลั๊กพวงเพียงแค่อันเดียว

ดังนั้น การเลือกซื้อปลั๊กพ่วงจึงมีความสำคัญมาก ไม่ใช่ว่าจะซื้อแบบไหน รุ่นไหนก็ได้ แต่การเลือกซื้อจะต้องมาพร้อมกับหลักการดี ๆ เพื่อให้การใช้งานปลั๊กพ่วงนั้นได้ประสิทธิภาพ และปลอดภัยกับคนใช้  วันนี้เราจึงมีวิธีการซื้อปลั๊กพ่วงมาฝากทุกคนกัน

วิธีซื้อปลั๊กพ่วง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ใช้งานทนทาน
วิธีซื้อปลั๊กพ่วง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ใช้งานทนทาน

เลือกซื้อปลั๊กที่มีสัญลักษณ์ มอก.

  • ไม่เพียงแค่เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัว หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านขนาดใหญ่เท่านั้น ที่จะต้องมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัย เพราะถึงแม้ว่าปลั๊กไฟจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชิ้นเล็ก ก็จำเป็นต้องเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่มีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือ มอก.ปลั๊กพ่วง

พลาสติกสินค้าต้องได้คุณภาพ

  • ปลั๊กพ่วงบางยี่ห้อที่วางขายตามตลาดทั่วไป มักจะผลิตด้วยพลาสติดเกรดธรรมดา เมื่อผู้ใช้ใช้ไฟเกินกำลังก็อาจจะทำให้เกิดประกายไฟ และส่งผลให้พลาสติกภายนอกละลายได้ โดยพลาสติกที่สามารถใช้งานได้ เช่น พลาสติก ABS, โพลีคาร์บอน ฯลฯ โดยวัสดุที่กล่าวมาจะมีคุณสมบัติยับยั้งการลุกลามของไฟ
วิธีซื้อปลั๊กพ่วง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ใช้งานทนทาน
วิธีซื้อปลั๊กพ่วง เลือกอย่างไรให้ปลอดภัย ใช้งานทนทาน

ขั้วสัมผัสภายในเป็นทองแดง

  • ส่วนประกอบภายในเป็นจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยปลั๊กพ่วงที่ไม่มีคุณภาพส่วนใหญ่จะใช้เป็นเหล็กชุบสังกะสีที่เป็นวัตถุนำไฟฟ้าได้ต่ำทำให้เกิดความร้อนได้ง่าย ซึ่งนั่นถือเป็นเรื่องเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้มาก ๆ โดยวัสดุที่ดีที่สุดและราคาแพงที่สุด คือวัสดุประเภททองแดง ที่มีคุณสมบัติสามารถนำไฟฟ้าได้ดี ไม่สะสมความร้อน และลดความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้

มีเบรกเกอร์ในตัว

  • สาเหตุใหญ่ที่ทำให้ไฟไหม้ คือ การใช้ไฟฟ้าเกินพิกัดกระแสไฟฟ้าที่ปลั๊กพ่วงแต่ละยี่ห้อกำหนด แล้วยิ่งคุณไปใช้งานโดยการเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้าพร้อมกันหลายชิ้น หรือการไม่ดึงปลั๊กไฟออกเมื่อไม่ใช้งาน ก็จะทำให้ตัวปลั๊กไฟเกิดความร้อนสูงจนละลาย และทำให้สายทองแดงภายในแตะกันแล้วเกิดไฟฟ้าลัดวงจร ดังนั้นควรมองหาปลั๊กที่มีปุ่มเปิด – ปิด มีเบรกเกอร์ในตัวเพื่อลดความเสี่ยง

ดังนั้น หากใครที่กำลังมองหาปลั๊กไฟไว้ใช้งานอยู่ จำเป็นต้องอาศัยเทคนิคดี ๆ ในการเลือกซื้อ เพื่อความปลอดภัยระหว่างการใช้งาน เพราะถึงแม้ว่าปลั๊กไฟนั้นจะมีราคาถูกเท่าไหร่ แต่ไม่มีคุณสมบัติตามที่เรากำหนดมาก็เท่ากับว่าปลั๊กนั้นไร้ซึ่งความปลอดภัยนั่นเอง

รวมคำคมภาษาอังกฤษให้กำลังใจ สามารถใช้ได้ทุกโอกาส

คำคมภาษาอังกฤษให้กำลังใจได้ทุกโอกาส

เคยรู้สึกไหมกับการเหนื่อยท้อแท้หมดกำลังใจมีวันที่เหนื่อยล้ารวมถึงการประสบพบเจอปัญหาต่างๆในชีวิตหรือพบเจอกับสถานการณ์ย่ำแย่ที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจและความรู้สึกโดยแต่ละคนจะมีวิธีการดูแลรักษาตัวเองไปจนถึงวิธีลิงค์ที่แตกต่างกัน เช่นการดูหนังฟังเพลงเล่นเกมได้ทำอะไรคลายเครียดหรือทำสิ่งที่ชอบเพื่อให้มีความรู้สึกและอารมณ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

ไปจนถึงหลายคนเลือกที่จะชื่นชอบการอ่านแคปชั่นต่างๆไม่ว่าจะเป็นความหมายในการให้กำลังใจตัวเองหรือแม้แต่การตั้งเป็นแคปชั่นเพื่อให้กำลังใจผู้อื่นที่ประสบพบเจอกับปัญหาเดียวกัน ซึ่งในวันนี้เราได้รวบรวมแคปชั่นคําคมให้กําลังใจภาษาอังกฤษความหมายดีๆ นำมาฝากกันจะมีประโยคไหนบ้างไปดูกัน

Wherever life plants you, bloom with grace

ไม่ว่าชีวิตของคุณจะถูกปลูกลงที่ใด จงเบ่งบานอย่างงดงามและภูมิใจ

Be you. Do you. For you.

จงเป็นตัวของตัวเอง ทำแบบของคุณ เพื่อคุณ

You made me smiling on the inside

คุณทำให้ฉันยิ้มจากภายในที่ไม่มีใครมองเห็น

Be a rainbow in someone else’s cloud

จงเป็นสายรุ้งในเมฆฝนของคนอื่น

Be a better you for you

จงเป็นคนที่ดีกว่าเพื่อตัวคุณเอง

The Best way to be loved is to love yourself

วิธีที่ดีที่สุดที่จะให้ใครมารัก คือ การรักตัวเอง

Try to be the best version of yourself

จงเป็นตัวคุณในเวอร์ชั่นที่ดีที่สุด

Once you choose hope, anything is possible.

เมื่อคุณเลือกความหวัง ทุกสิ่งเป็นไปได้

Nobody can predict the future, only a firm grasp on the present.

ไม่มีใครสามารถทำนายอนาคต ทำได้เพียงฉกฉวยปัจจุบันเอาไว้ให้คุ้มค่าที่สุดเท่านั้น

Don’t cry because it’s over, smile because it happened.

อย่าร้องไห้เพราะมันได้จบลงแล้ว จงยิ้มแย้มเพราะมันได้เกิดขึ้นและผ่านไปแล้ว

Life isn’t matter of milestones, but moments.

ชีวิตไม่ได้อยู่ที่เดินทางมาไกลแค่ไหน แต่อยู่ที่ผ่านอะไรมาบ้างในระหว่างทา

We do not remember day, we remember moments.

เราไม่ควรจดจำคืนวัน แต่จงจดจำโมงยามแห่งความทรงจำดีๆ

Know the value of time, snatch, seize and enjoy every moments.

จงรู้จักคุณค่าของเวลา ไขว่คว้า ฉกฉวย และมีความสุขกับทุกชั่วขณะชีวิต

No one can go back to restart, but can make a brand-new ending.

ไม่มีใครย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้น แต่สามารถสร้างตอนจบแบบใหม่ได้ด้วยตนเอง

Do not let what you cannot do interfere with what you can do.

อย่าปล่อยให้สิ่งที่คุณทำไม่ได้มาทำลายความมั่นใจเกี่ยวกับสิ่งที่คุณทำได้ดี

ซึ่งแคปชั่นภาษาอังกฤษให้กำลังใจเราดีที่เรารวบรวมมาให้นั้น สามารถนำไปใช้ได้ทุกโอกาสนอกจากนี้ประโยคเหล่านี้ยังมีความหมายดีๆ ที่ส่งเป็นกำลังใจและสามารถใช้เป็นคติเตือนใจให้กำลังใจตัวเองและผู้อื่นได้อีกด้วย

 

เทคนิคการใช้ชีวิตแบบ new normal แบบไหนให้มีความสุข

ใช้ชีวิตแบบ new normal ให้มีความสุข

ในปัจจุบันปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้คนส่วนใหญ่ทั่วโลกหันมาดำเนินชีวิตวิถีใหม่หรือการใช้ชีวิตแบบ New Normal กันมากยิ่งขึ้นซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนชุดพฤติกรรมครั้งใหญ่ของมนุษย์จะเลยทีเดียวสำหรับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบไปยังทั่วโลก อีกทั้งยังมีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้ออีกทางการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสชนิดนี้ยังสามารถกระจายสู่ผู้คนได้อย่างรวดเร็วดังนั้นการป้องกันตนเองถือได้ว่าเป็นพื้นฐานการเริ่มต้นที่ดีเพื่อให้คุณสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างห่างไกลความเสี่ยงจากการติดเชื้อ

โดยเฉพาะในยุค New Normal เช่นนี้เราได้รวบรวมการใช้ชีวิตยุคโฮลวีทแบบไหนให้ห่างไกลโรคเพื่อให้คนเตรียมความพร้อมของตัวคุณเองให้ถือเป็นวิถีชีวิตหรือรูปแบบการดำเนินชีวิตแบบใหม่และเป็นการปรับตัวในภาวะ covid-19 เช่นปัจจุบัน

1 สวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ออกจากบ้านไม่ว่าจะใกล้หรือไกลสภาพแวดล้อมภายนอกหรือบุคคลภายนอกที่เราพบเจอต่างมีความเสี่ยงสูงซึ่งเชื้อไวรัส covid-19 นั้นบางคนไม่แสดงอาการดังนั้นควรป้องกันตนเองด้วยการสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย

2 หมั่นล้างมือบ่อยๆเมื่อออกจากบ้าน ซึ่งสำหรับใครที่เดินทางไปห้างหรือเดินทางออกนอกบ้านสิ่งที่คุณควรมีนั่นก็คือเจลแอลกอฮอล์สําหรับล้างมือหรือการพกสบู่ล้างมือที่ปัจจุบันมีการปรับรูปแบบให้คุณสามารถเลือกใช้เป็นแบบพกพาสามารถใช้งานได้ง่ายและสะดวกทุกที่

3 การเว้นระยะห่างทางสังคมหรือ Social distancing ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อได้เป็นอย่างดีสำหรับการเว้นระยะห่างจากคนรอบข้างซึ่งเป็นสิ่งที่ควรต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

4 หลีกเลี่ยงการออกจากบ้านฮ่าไม่จำเป็นยกเว้นเสียแต่ว่าบางคนยังต้องเดินทางไปทำงานยังออฟฟิศ ใช่เข้าใจง่ายๆคือพยายามหลีกเลี่ยงการออกไปพบเจอผู้คนภายนอกให้ได้มากที่สุด

5 เลือกช่องทางออนไลน์ในการติดต่อสื่อสารไม่ว่าจะเป็นการทำงานการเรียนหรือการพบปะเพื่อนฝูงพูดคุยต่างๆควรทำผ่านการสื่อสารทางออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นการ Video Call การโทรศัพท์หรือแม้แต่รูปแบบของการประชุมในรูปแบบต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัส

6 หลีกเลี่ยงสถานที่แออัดและมีผู้คนพลุกพล่าน ถึงแม้จะสวมใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันแล้วแต่เราไม่สามารถวางใจได้ว่าเราจะติดเชื้อหรือไม่ดังนั้นควรป้องกันตัวเองโดยการหลีกเลี่ยงสถานที่แออัดหรือสถานที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน

7 มันรักษาความสะอาดอยู่เสมอฝึกให้เป็นนิสัยไม่ว่าจะเป็นการกินร้อนช้อนตัวเอง การทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ต้องใช้ งานอย่างสม่ำเสมอ

วิธีเหล่านี้ถือได้ว่าเป็นวิธีเบื้องต้นที่เหมาะสำหรับ New Normal ล่างเป็นการปรับตัวที่ดีในสภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิค 19 ในปัจจุบันที่ควรหมั่นทำเป็นประจำเพื่อหลีกเลี่ยง โอกาสในการติดเชื้อ ได้เป็นอย่างดี

ใช้ชีวิตยุคโควิดแบบไหนให้ห่างไกลโรค

ยุคโควิดใช้ชีวิตแบบไหนดีให้ห่างไกลจากโรคและการติดเชื้อ

เชื้อไวรัส covid-19 ยังเรียกได้ว่าหลากหลายประเทศทั่วโลกนั้นต่างได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสแล้วนั้นมนุษย์อย่างเรายังต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆ เพื่ออยู่ในสังคมและยุคที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสต่างๆ เหล่านี้ให้ได้อีกด้วย

ชีวิตวิถีใหม่หรือการใช้ชีวิตแบบ New Normal คือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่หลายคนทั่วโลกต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวนี้ออกมา จากการใช้ชีวิตในรูปแบบเดิมคือการสามารถเดินออกจากบ้านการเดินทางไปทำงานการเดินทางไปโรงเรียน การใช้ชีวิตปกติทั่วไปโดยไม่ต้องสวมใส่หน้ากากอนามัย สามารถเดินทางไปไหนก็ได้อย่างที่ต้องการแต่ในปัจจุบันเราต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม คือ การสวมใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่อออกจากบ้านไปจนถึงการเว้นระยะห่างสำหรับบุคคลการหมั่นล้างมือบ่อยการเช็ดมือล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เจลจนถึงรูปแบบการปรับเปลี่ยนการดำเนินชีวิตต่างๆ มากมาย ทั้งในเรื่องของการทำงานการเรียนเพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ปัจจุบันเกิดเป็นวิธีใหม่ในการดำรงชีวิตหรือที่เรารู้จักใครในรูปแบบของ New Normal

เทคนิคการใช้ชีวิตแบบ New Normal

  1. มองโลกในแง่บวก

ถึงแล้วสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 จะยังไม่ตายลงไปอย่างไรก็ตามหากเรามองโลกในแง่ดีมองโลกในแง่บวกอยู่สม่ำเสมอเราจะพบเห็นได้ว่าขณะนี้ปัจจุบันมีการผลิตวัคซีนออกมา อีกทั้งเรายังสามารถได้ทำอะไรใหม่ๆ เช่นการ work from home การอยู่บ้านพร้อมทำกิจกรรมการทำงานต่างๆ ภายในที่อยู่อาศัยของตัวเองหมายความรู้สึก relax จากการทำงานแบบ work form Home จำได้มากยิ่งขึ้นนอกจากนี้สำหรับน้องๆ นักเรียนนักศึกษาหลายคนก็ได้มีการหันมาเรียนในรูปแบบออนไลน์กันมากยิ่งขึ้นก็ทำให้สามารถได้รับสื่อการเรียนการสอนในรูปแบบใหม่

  1. 2. ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์

แน่นอนว่าในการดำเนินชีวิตแบบ New Normal รูปแบบใหม่มีหลายคนที่ต้องทำงานในรูปแบบฟอร์มโฮมและเรียนแบบออนไลน์ทำให้มีเวลาว่างในการทำกิจกรรมอื่นๆ เพิ่มมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน นอกเหนือจากเวลางานหรือเวลาเรียนเวลาตรงนี้คุณสามารถเลือกทำกิจกรรมที่คุณชื่นชอบหรือต่อยอดสิ่งที่คุณต้องการได้ถือเป็นการ relax ตัวเองหลังจากเรียนและทำงานเสร็จ

การใช้ชีวิตในรูปแบบ New Normal ในยุคปัจจุบันถือได้ว่าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เราสามารถปรับตัวให้เราดำเนินชีวิตในรูปแบบ New Normal ให้มีความสุขและปราศจากความเสี่ยงในการติดเชื้อได้เช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามวิถีชีวิตใหม่เราสามารถปรับและเริ่มต้นได้ด้วยที่ตัว ขึ้นอยู่กับการออกแบบของคุณไม่ว่าจะเป็นในเรื่องส่วนตัวเรื่องครอบครัวเรื่องการทำงานเพื่อให้เราสามารถดำเนินชีวิตควบคู่กับสถานการณ์ปัจจุบันได้อย่างมีความสุขมากยิ่งขึ้น

จริงหรือไม่ ใส่หน้ากากอนามัยออกกำลังกาย เสี่ยงขาดออกซิเจน

ใส่-ไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกกำลังกาย แบบไหนอันตรายกว่ากัน ?

เนื่องจากตอนนี้ในประเทศไทยรวมไปถึงทั่วโลกต้องพบเจอกับวิกฤติอย่างหนัก นั่นคือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ ด้าน ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้การใช้ชีวิตของเราทุกคนต้องเปลี่ยนไป ทั้งต้องลดการพบปะสังสรรค์ เว้นระยะห่างทางสังคม ลดการสัมผัสสิ่งของสาธารณะ ที่สำคัญจะต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

และในตอนนี้ก็ไม่ได้แค่โควิด-19 เท่านั้น ที่น่าเป็นห่วง แต่ในประเทศไทยยังต้องพบเจอกับ PM 2.5 ซึ่งเป็นฝุ่นพิษขนาดเล็กอีกด้วย ฉะนั้นแล้ว ‘หน้ากากอนามัย’ จึงได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิต อีกทั้งหน้ากากยังมีตัวเลือกมากมาย ทั้ง หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ หน้ากากผ้า หน้ากากกรองฝุ่น และเนื่องจากเราจำเป็นต้องสวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา หลายคนก็เริ่มตั้งคำถามที่ว่า “แล้วตอนออกกำลังล่ะ ต้องใส่หน้ากากอนามัยไหม ? ” ซึ่งวันนี้เรามีคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้มาฝากทุกคนค่ะ

ใส่-ไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกกำลังกาย แบบไหนอันตรายกว่ากัน ?
ใส่-ไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกกำลังกาย แบบไหนอันตรายกว่ากัน ? : www.sanook.com

ซึ่งจากประเด็นนี้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านระบบทางเดินหายใจ ได้ระบุว่าหากสวมหน้ากากอนามัยขณะออกกำลังกาย ก็จะทำให้จะลดปริมาณอากาศที่เข้าสู่ปอด ซึ่งส่งผลให้ระดับออกซิเจนในโลหิตของเราลดลง ซ้ำไปกว่านั้นยังเกิดอัตราการเผาผลาญและเปลี่ยนน้ำตาลกลูโคลสเป็นพลังงานต่ำทำให้เรารู้สึกเหนื่อยง่ายขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้หน้ากากอนามัยที่เปียกชื้นด้วยเหงื่อก็จะทำให้เสื่อมประสิทธิภาพ และใช้งานได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น และข้อเสียของการสวมหน้ากากอนามัยขณะออกกำลังกาย สามารถสรุปผลเสียใหญ่ ๆ ได้ ดังนี้

หัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ :

  • พบว่ามีอัตราการเต้นของหัวใจสูงเกินค่าปกติ ประมาณ 5-10 ครั้งต่อนาที ในแต่ละช่วงเวลา ซึ่งไม่เหมาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคปอด ผู้สูงอายุ รวมไปถึงวัยหนุ่มสาวที่มีปัญหาเกี่ยวกับโรคเหล่านี้ซ่อนอยู่
ใส่-ไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกกำลังกาย แบบไหนอันตรายกว่ากัน ?
ใส่-ไม่ใส่หน้ากากอนามัยออกกำลังกาย แบบไหนอันตรายกว่ากัน ? : www.posttoday.com

ออกซิเจนในเลือดต่ำ :

  • การใส่หน้ากากอนามัยขณะออกกำลังกาย จะทำให้ออกซิเจนในเลือด (PaO2) ต่ำลลงเรื่อย ๆ ความน่ากลัวอยู่ตรงที่แม้ว่าภาวะออกซิเจนต่ำจะไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไร แต่หากปล่อยไว้นาน ๆ ก็อาจนำไปสู่ขั้นวิกฤตได้

คาร์บอนไดออกไซด์ตีกลับ :

  • จากการสำรวจพบว่าเมื่อออกกำลังกายไปจะเกิดการคั่งของคาร์บอนไดออกไซด์ในหน้ากากจริง ๆ และถึงแม้ว่าในช่วงแรก ๆ คาร์บอนไดออกไซด์จะไม่ได้คั่งในหน้ากากมากเท่าไหร่ แต่หากกิจกรรมดำเนินไปเรื่อย ๆ ก็จะเกิดการหายใจกลับของคาร์บอนไดออกไซด์ทันที ซึ่งนี่เป็นเรื่องอันตรายอย่างมาก

สรุปแล้ว! การใส่หน้ากากอนามัยในเวลาปกติถือเป็นเรื่องที่ต้องทำ แต่กลับกันในขณะออกกำลังไม่ควรใส่หน้ากากอนามัยเด็ดขาด เพราะนอกจากจะไม่ช่วยกันโรคแล้ว ยังทำให้ร่างกายย่ำแย่อีกด้วย  

ข้อมูลจาก : กรุงเทพธุรกิจ

Las Vegas เปิดตัวโรงแรมสำหรับคนไม่เล่นพนัน และ ไม่สูบบุหรี่

  • เป็นโรงแรมที่ไม่มีการพนัน และไม่มีการสูบบุหรี่
  • เปิดตัวในปี 2024 นี้
  • มีสิ่งอำนวยความสะดวกเช่น Fitness, สปา และ สถานที่ประชุม
  • เป็นโรงแรมแรกใน ลาสเวกัส

หลายคนไปลาสเวกัส อาจต้องนึกถึง การพนัน คาสิโน เหล้า บุหรี่ เป็นอย่างแรก และอาจไม่อยากจะไปเลยแม้แต่ครั้งเดียว เพราะอาจไม่อยากไปเล่นพนัน และไม่ชอบกลิ่นบุหรี่ด้วย แต่วันนี้ อาจไม่ต้องกังวลกันขนาดนั้นแล้วเพราะ เรากำลังจะมีโรงแรมแห่งใหม่ที่เป็นโรงแรมปลอดบุหรี่ รวมถึงไม่มีบ่อนด้วย

โรงแรมแห่งนี้ใช้ชื่อว่า Majestic Hotel เป็นโรงแรมที่ปลอดการพนันอย่างคาสิโน หรือเกมอย่าง บาคาร่า ผ่านทางเข้า Ufabet มือถือ ซึ่งสถานที่แห่งนี้จะเริ่มต้นสร้างในเดือน กรกฎาคม 2564 ที่จะถึงนี้ และจะสร้างเสร็จในปี 2023 หรือในอีก 3 ปีข้างหน้า โดยจะตั้งอยู่บริเวณ Las Vegas Convention Center นั่นเอง

เปลี่ยนจากแหล่งพนัน ทางโรงแรมมีการทำการตลาดใหม่ โดยการใส่ Fitness Center, Spa และ ร้านอาหารหลากหลายเข้าไปในโรงแรม เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ไม่นิยมการเล่นพนัน ซึ่งหากดูข้อมูลจาก เว็บไซด์ของโรงแรม เค้าว่ากันว่า เป็นโรงแรมแรกในลาสเวกัส ที่ใช้ concept นี้

โรงแรมนี้ใช้งบประมาณในการสร้าง $850 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ หรือราวๆ 25,500 ล้านบาท ไทย โดยมีพื้นที่สำหรับออกกำลังกายมากถึง 70,000 ตารางฟุต 4 ชั้น โดยมีการประเมินไว้ว่า น่าจะมี บริษัทใน Fortune 500 ใช้สถานที่แห่งนี้ในการประชุม ซึ่งผู้เข้าใช้บริการจะได้รับประกันฟรีทุกคน

อย่างไรก็ดี แม้ว่า คาสิโนใน เนวาดา จะมีรายได้รวมกันมากถึง 11,900 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2019 ซึ่งเป็นตัวเลข 1 ใน 3 ของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นรายได้จากการพนันอย่างเดียว แต่ Majestic Hotel ดูเหมือนว่าจะฉีกแนวออกไป และไม่ได้สนใจตัวเลขเหล่านี้เลย

ปัญหาโลกร้อนการส่งอีเมลน้อยลงช่วยแก้ปัญหาได้จริงหรือ

ส่งอีเมลน้อยลงช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้จริงหรอ?

ในปัจจุบันเรียกว่าทั่วโลกยังคงพบเจอกับปัญหาภาวะโลกร้อน อยู่ต่อเนื่อง อีกทั้งหลากหลายพื้นที่ทั่วโลกยังได้มีการรณรงค์ ไปจนถึงการค้นคว้าหาช่องทางเพื่อช่วยลด ปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้น อีกทั้งหลายคนคงเคยได้ยิน ข้อมูลเกี่ยวกับการส่งอีเมลไปจะถึงการเก็บอีเมลประเภทขยะหรืออีเมลที่เปิดอ่านแล้ว หากมีไว้มากๆจะทำให้ส่งผลต่อภาวะโลกร้อนได้เช่นเดียวกัน

โดยทางด้านหนังสือพิมพ์ financial Times ได้มีการรายงานว่าเร็วๆนี้ จะมีการรณรงค์ให้คนส่งอีเมลให้น้อยลงในแต่ละวันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการตอบกลับ email สั้นๆ หรืออีเมลล์บรรทัดเดียว ที่ไร้ประโยชน์ ซึ่งเจ้าหน้าที่คนนึงที่มีส่วนร่วมในการจัดงานการประชุมภาคีแห่งสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงในส่วนของสภาพภูมิอากาศครั้งที่ 26 หรือ COP26โดยสหราชอาณาจักรเป็นเจ้าภาพ ในปีหน้านั้นได้มีการกล่าวว่าการลดอีเมล ประเภทสั้นๆ จะช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ได้เยอะมาก

อีเมลล์สร้างคาร์บอนได้จริงหรอ?

อีเมลล์ สามารถสร้างคาร์บอนได้เนื่องจากว่าเวลาการส่งอีเมลต้องทำการส่งผ่านเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงาน รวมถึงอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตหรือ Router ต่างๆ ของเราที่ต้องส่งสัญญาณไปยังชุมสายในพื้นที่ก่อนที่จะส่งต่อไปยังบริษัทโทรคมนาคมที่ให้บริการ และบริษัทต่างๆ ก็ต้องมีศูนย์ข้อมูลขยะใหญ่ที่อาศัยพลังงานไฟฟ้าในการปฏิบัติงานที่ค่อนข้างสูง ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ทำให้เล็งเห็นแล้วว่าทำให้สิ้นเปลืองพลังงานค่อนข้างสูงเลยทีเดียว แต่อย่างไรก็ตาม email แค่ 1 ฉบับจะส่งผลน้อยมากๆต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ นั่นเอง

อีกทั้งนักวิจัยยังได้มีการกล่าวเพิ่มเติมว่าท่านที่จะไปสนใจในเรื่องของอีเมลควรมีการหันมาดูแลในเรื่องของเกมออนไลน์ หรือเว็บไซต์ที่ให้บริการดูวีดีโอไปจนถึงการจัดเก็บข้อมูลออนไลน์เสียมากกว่า เพราะการคำนวณกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งว่าสามารถปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้เท่าไหร่นั้น จะมีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก ดังนั้นศ.พรีสต์ ซึ่งได้มีการกล่าวเพิ่มเติมว่าเราควรมุ่งเน้นความสนใจไปที่สิ่งที่ สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ แทนไม่ว่าจะเป็นอาหารที่เรากินพลังงานที่สร้างความอบอุ่นภายในบ้านไปจนถึงการเดินทางต่างๆ นั่นเอง

ที่มา : www.bbc.com/thai

โครงการคนละครึ่งเฟส 2 เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนมกราคมนี้

โครงการคนละครึ่งเฟส 2 เปิดลงทะเบียนมกราคมนี้ พร้อมย้ำคนได้สิทธิ์เฟสแรกต้องใช้ให้หมดก่อนสิ้นเดือน ธ.ค. 63

สำหรับโครงการคนละครึ่งหลังจากเฟสแรกที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากประชาชน กับโครงการคนละครึ่งในเฟส 1 โดยทางด้านกระทรวงการคลังได้ย้ำ หากต้องการลงทะเบียนใช้สิทธิ์สำหรับคนละครึ่งเฟส 2 ต้องทำการใช้สิทธิ์เฟสแรกให้หมดภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2563 โดยทางด้านนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงินสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะรองโฆษกกระทรวงการคลังได้มีการเปิดเผยความคืบหน้าของโครงการคนละครึ่ง เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันมีร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้วมากกว่า 8.5 แสนร้านค้า และในปัจจุบันมีผู้ใช้สิทธิ์แล้วจำนวน 9493,942 คน โดยมียอดการใช้จ่ายสะสม 28,609 ล้านบาท จังหวัดที่มีรายจ่ายสะสมมากที่สุดได้แก่กรุงเทพฯ, สงขลา, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี และเชียงใหม่

โดยประชาชนที่ลงทะเบียนคนละครึ่งในรอบเก็บตก เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมาและได้มีการยืนยันรับสิทธิ์แล้วต้องรีบติดตั้งแอพพลิเคชั่นเป๋าตังค์ พร้อมยืนยันตัวตนให้เรียบร้อยโดยมีการขอให้เริ่มใช้สิทธิ์การใช้จ่ายภายใน 14 วันนับจากวันที่ได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิ์เพื่อให้สามารถใช้จ่ายได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2563

และสำหรับโครงการคนละครึ่งเฟสที่ 2 ก็เตรียมเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ในวันที่ 1 มกราคม 2564 ภายหลังจากที่รัฐบาลได้มีการเปิดให้ประชาชนผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งโดยลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com ที่มีจำกัดเพียง 10 ล้าน สิทธิ์ก่อนหน้านี้ได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีข่าวคราวในส่วนของโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ออกมา โดยทางด้านนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ได้มีการกล่าวเพิ่มเติมว่าในปี 2564 ทางด้านรัฐบาลจะเดินหน้ากระตุ้นการบริโภคภายในประเทศโดยเฉพาะโครงการคนละครึ่งเฟส 2 ที่จะเริ่มดำเนินการต่อเนื่องในวันที่ 1 มกราคม 2564 เพื่อเพิ่มกำลังการซื้อภายในประเทศซึ่งจะช่วยทำให้ GDP ในประเทศไทยขยายตัว 3.5 ถึง 4.5 % ต่อ GDP เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามต้องรอติดตามกำหนดวันในการลงทะเบียนและเงื่อนไขต่างๆ จากประกาศที่ชัดเจนอีกครั้ง

ที่มา : www.thairath.co.th